ห้องนี้ ไม่มีห่วย (Netflix) ซีรีส์สุดป่วยและกลวงของ BNK48 ตอน 2

ห้องนี้ ไม่มีห่วย (Netflix) ซีรีส์สุดป่วยและกลวงของ BNK48 ตอน 2 ในตอนสองเรื่องราวเพิ่มมาอีกนิดเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบศาลจำลองในโรงเรียน ที่นักเรียนห้อง A ได้เป็นตำแหน่งผู้พิพากษา และก็เป็นคนตัดสินคดีต่างๆ ที่เกิดในห้องเรียน ในอีกทางหนึ่ง ตัวนางเอกแพงก็ถูก ผอ.ยื่นข้อแลกเปลี่ยนให้สืบเรื่องแก๊งแกะดำที่คิดว่าเป็นพวกห้อง F โดยถ้าทำสำเร็จจะย้ายเธอกลับมาอยู่ห้อง A ซึ่งแพงก็ตกลงและพยายามหาทางตีสนิทกับมีนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มให้ได้ แต่จะสำเร็จหรือไม่ก็ต้องรอดูกันต่อไป

ห้องนี้ ไม่มีห่วย ตอน 2 ศาลนักเรียนในตอนนี้มีเรื่องราวที่ดูดีน่าสนใจขึ้นมามากกว่าตอนแรก เกี่ยวกับระบบศาลนักเรียน ซึ่งจะว่าไปก็ทำให้เราเห็นว่าซีรีส์เรื่องนี้ต้องการถ่ายทอดระบบความไม่เป็นธรรมในสังคม ให้เข้ามาอยู่ในโลกของนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งศาลก็ถูกแต่งตั้งจาก ผอ. และตัวนักเรียนที่ได้รับอำนาจนี้มาก็ตัดสินคดีอย่างไม่เป็นธรรม แถมยังใช้อำนาจนี้เข้ามาหาผลประโยชน์ใส่ตัว ซึ่งตัวเรื่องจะเริ่มโฟกัสว่าห้อง A มีอะไรมากกว่าแค่รวมตัวเด็กเรียนเก่ง ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นปมสำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ที่จะเฉลยออกมาตอนท้ายๆ

แม้โครงเรื่องตอนนี้จะมีความน่าสนใจ แต่ปัญหาของเรื่องก็ยังเป็นไปในแบบเดิมคือ ตัวละครทั้งพูดและแสดงไม่ได้เป็นธรรมชาตินัก ตัวหลักมีนกับแพงถือว่ายังพอโอเค แต่พอหลุดจากสองคนนี้ไปยังตัวละครอื่นๆ ก็กลายเป็นท่องบทพูดกันเป๊ะๆ ทื่อๆ ซึ่งใครที่ตั้งใจจะดูซีรีส์เรื่องนี้ก็คงต้องทำใจว่าจะต้องเจอแบบนี้ไปจนจบแน่นอน

อีกอย่างคือตัวบทให้มีเรื่องราวการสืบคดีว่านักเรียนห้องบีทุจริตข้อสอบจริงหรือไม่ แต่รายละเอียดในการสืบกลับเอาเรื่องง่ายมาทำให้ดูเหมือนยาก อย่างการหาเบอร์คุณครูที่ดูแลข้อสอบ ที่ต้องย่องเข้าห้องพักครูไปดูที่แปะประกาศไว้ เพื่ออะไรทั้งๆ ที่ก็มีครูพละพี่ชายมีนอยู่ด้วยแท้ๆ แถมหลายอย่างก็ดูง่าย เบาๆ ไปหมด จนถึงการพิจารณาคดีอยู่ๆ ก็มีแก๊งแกะดำโผล่มายืนบนโต๊ะ มีสปอร์ตไลท์ส่องลงมา ซึ่งตอนนี้เข้าใจว่าจะพยายามทำให้เรื่องดูเป็นแนว Live Action แบบญี่ปุ่น แต่ว่ามันกลับดูไม่เข้ากันอย่างมากกับตัวเรื่องที่ห้อง A กำลังตามหาตัวแก๊งแกะดำ พอมาปรากฎตรงหน้ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็ปล่อยให้หายตัวไปซะงั้น ซึ่งถ้าบทต้องการให้ดูเบาสมองแบบนี้ก็ไม่ควรจะหยิบจับเรื่องเชิงลึกของโครงสร้างปัญหาความยุติธรรมในสังคมมาเล่นเลย มันเลยดูเป็นการย้อนแย้งกันไปในตัวเอง ทำให้เรื่องที่ดูเหมือนจะมีอะไร แต่ก็กลายเป็นตลกเบาสมองไปแทน

นอกจากนี้ตัวละครครูพละฝึกสอนที่วางตัวเป็นพระเอกก็มีความไม่เข้ากันอย่างมากกับบท ดูขัดตาตลอดเวลาทั้งหน้าตาเด็กเกินกับบุคลิกท่าทางที่ออกมา สรรพนามที่เรียกตัวเองว่าเรา เธอ รวมถึงการพยายามตามตื้อกึ่งจีบนางเอก ซึ่งกลายเป็นเรื่องไม่ได้สนใจเลยหรือว่า นี่เป็นปัญหาอีกอย่างของในวงการศึกษาเรื่องครูกินเด็กหรือพยายามมีอะไรกับเด็กเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง แต่กลับนำเสนอออกมาให้เป็นเรื่องปกติ สวนทางกลับตัวซีรีส์ที่เล่นเรื่องปัญหาในโรงเรียนได้หน้าตาเฉย